Argentine Tango

Argentine Tango

Two bodies move in harmony

Course Description: A sad thought you can dance‘… Argentine Tango is a dance for couples. It was born around 100 years ago in the two harbour cities Buenos Aires (Argentina) and Montevideo (Uruguay). In the last two decades Tango has become very popular again and is now enjoyed in major cities all around the world.

เกี่ยวกับหลักสูตร:
ความคิดเศร้าๆ ที่เต้นได้… อาร์เจนติน่าเป็นการเต้นแบบคู่ มีอายุประมาณ 100 ปีมาแล้ว ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองท่าบัวโนสไอเรส (อาร์เจนติน่า) และมอนเตวิดีโอ (อุรุกวัย) เมื่อ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา การเต้นแทงโก้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง และเป็นที่แพร่หลายอย่างมากในเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วโลก

Typical Class Structure:

• Warm up exercises, practiced singly, to improve balance, leg and foot movement
• Warming up in couples.
• Introduction to a new movement or combination, learning step by step.
• Variations of the newly learned movement.
• Repetition of the moves from the previous class.
• Blending the new moves with ones previously learned to form complex combinations.
• Also the Argentine dances Milonga and Tango Vals will be taught during the Tango classes.

เกี่ยวกับการเรียน:
– ออกกำลังกายวอร์มอัพเพื่อช่วยให้ร่างกายมีสมดุลย์มากขึ้น และช่วยการเคลื่อนไหวของมือและเท้า
– ออกกำลังกายวอร์มอัพกับคู่เต้น
– เริ่มเรียนรู้การเคลื่อนไหว การปรับแปลงท่าเหล่านั้นอย่างเป็นขั้นตอน
– รูปแบบต่างๆ ของท่าเคลื่อนไหว
– ทบทวนท่าที่เรียนไปก่อนหน้านั้น
– ดัดแปลงท่าเก่าและท่าใหม่เข้าไว้ด้วยกันให้มีความซับซ้อนมกยิ่งขึ้น
– นอกจากนี้ยังรวมการเต้น Milonga และ Tango Vals เข้าไว้ในหลักสูตรด้วย

Typical Course Structure: Beginner / Experienced

เกี่ยวกับหลักสูตร: หลักสูตรสำหรับผู้เริ่มต้น / หลักสูตรสำหรับผู้มีประสบการณ์

Style:
Argentine Tango, Salon Style

สไตล์: อาร์เจนทีน แทงโก้ และ ซาลอน สไตล์

Class: Twice per week, 1½ hours duration.

การเรียนการสอน : ทางโรงเรียนแนะนำให้นักเรียนเรียนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1½ ชั่วโมง

Benefits:
Feeling the joy when two bodies move in perfect harmony.

คุณประโยชน์: ซาบซึ้งถึงความสนุกสนานและความงดงามเมื่อร่างกายเข้ามาประสานกันอย่างกลมกลืน

Uniform:
comfortable clothing, closed shoes with leather soles

ยูนิฟอร์ม: เสื้อผ้าหลวมสบาย และรองเท้าแทงโก้

Tango history
by Lori Heikkila. Tango (the dance with the stop “Baille Con Carte”) is one of the most fascinating of all dances. Originating in Spain or Morocco, the Tango was introduced to the New World by the Spanish settlers, eventually coming back to Spain with Black and Creole influences. In the early 19th Century, the Tango was a solo dance performed by the woman. The Adualisian Tango was later done by one or two couples walking together using castanets. The dance was soon considered immoral with its flirting music! Ballroom Tango originated in the
lower class of Buenos Aires, especially in the “Bario de las Ranas”. Clothing was dictated by full skirts for the woman and gauchos with high boots and spurs for the man. The story of Tango as told is that it started with the gauchos of
Argentina. They wore chaps that had hardened from the foam and sweat of the horses body. Hence to gauchos walked with knees flexed. They would go to the crowded night clubs and ask the local girls to dance. Since the gaucho hadn’t
showered, the lady would dance in the crook of the man’s right arm, holding her head back. Her right hand was held low on his left hip, close to his pocket, looking for a payment for dancing with him. The man danced in a curving fashion
because the floor was small with round tables, so he danced around and between them. The dance spread throughout Europe in the 1900′s. Originally popularized in New York in the winter of 1910-1911, Rudolph Valentino then made the Tango a hit in 1921. As time elapsed and the music became more subdued, the dance was finally considered respectable even in Argentina.

Styles vary in Tango: Argentine, French, Gaucho and International. Still, Tango has become one of our American ‘Standards’ regardless of its origin. The Americanized version is a combination of the best parts of each. The principals involved are the same for any good dancing. First, the dance must fit the music. Second, it must contain the basic characteristic that sets it apart from other dances. Third, it must be comfortable and pleasing to do. Phrasing is an important part of Tango. Most Tango music is phrased to 16 or 32 beats of music. Tango music is like a story. It contains paragraphs (Major phrases); sentences (Minor phrases); and the period at the end of the sentence is the Tango close. For exhibition dancing, a Tango dancer must develop a strong connection with the music, the dance and the audience. The audience can only feel this connection if the performer feels and projects this feeling. So it is when dancing for your own pleasure — and your partner’s! “The Tango is the easiest dance. If you make a mistake and get tangled up, you just Tango on.” (Al Pacino in “The Scent of a Woman.”) Movies that featured Tango dancing include “The Scent of a Woman”, Madonna’s “Evita” and “True Lies” starring Arnold Schwarzenegger and Jamie Lee Curtis.

ความเป็นมาของแทงโก้
โดย ลอรี ฮิคคีล่า แทงโก้(การเต้นจังหวะ”Baille Con Carte”) เป็นหนึ่งในการเต้นที่น่าหลงใหลมากที่สุดในการเต้นหนึ่งมีต้นกำเนิดในประเทศสเปนและมอร็อคโคการเต้นแทงโก้เป็นที่รู้จักในอเมริกาโดยชาวสเปนและในที่สุดก็กลับมาสู่สเปนอีกครั้งด้วยอิทธิพลของพวกBlack และ Creole ในช่วงศตวรรษที่ 19 แทงโก้เป็นการแสดงเดี่ยวของผู้หญิงเท่านั้นแต่ต่อมา Adualisian Tango ก็เริ่มที่จะเต้นแบบเป็นคู่และก็ถูกมองว่าไม่ถูกต้องตามศีลธรรมเพราะเป็นดนตรีที่เกี้ยวพาราสีกันมากเกินไปบอลรูม แทงโก้ มีต้นกำเนิดมาจากชนชั้นล่างของกรุงบัวโนสไอเรส โดยเฉพาะใน”Bario delas Ranas” โดยมีจุดเด่นที่ผู้หญิงจะสวมกระโปรงฟูฟ่อง และ บู๊ทที่สูงมีเรื่องเล่ากันว่าการเต้นแทงโก้มีต้นกำเนิดมาจากพวกคาวบอยในอาร์เจนติน่าพวกเขาจะใส่กางเกงที่มีลักษณะเฉพาะและเมื่อเวลาที่เดินก็จะทำให้เขาทั้งสองสีกันพวกเขามักจะไปเที่ยวคลับที่แออัดไปด้วยผู้คนและขอให้ผู้หญิงเต้นรำพวกเธอจะเต้นในวงแขนด้านขวาของเขา เชิดหัวไปด้านหลังเล็กน้อยโดยเธอจะโอบรอบสะโพกต่ำของเขาด้วยมือขวาและพยายามเบียดชิดกับกระเป๋าของเขาเพื่อรอว่าเขาจะจ่ายให้กับเธอที่เธอยอมเต้นรำกับเขาส่วนพวกเขาต้องเต้นเป็นวงล้อมเล็กๆ เนื่องจากมีพื้นที่แคบและเต็มไปด้วยโต๊ะกลมการเต้นแทงโก้แพร่หลายออกไปทั่วทวีปยุโรปในช่วงทศวรรษ 1900และเริ่มเป็นที่นิยมอย่างมากในนิวยอร์คเมื่อฤดูหนาวระหว่างในช่วงปี 1910-1911ซึ่งมีนายรูดอล์ฟ วาเลนติโน ทำให้แทงโก้เป็นที่นิยมอย่างมากในปี 1921เมื่อเวลาผ่านไปและดนตรีเริ่มที่จะอ่อนกระแสลงการเต้นรำในที่สุดก็ได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้นแม้กระทั่งในอาร์เจนติน่า สไตล์ต่างๆของแทงโก้ : อาร์เจนติน่า ฝรั่งเศส โกวโชว และอินเตอร์แนชั่นแนล อย่างไรก็ตามแทงโก้ได้กลายเป็น ”มาตรฐาน”ของอเมริกันโดยไม่คำนึงว่าจะมีต้นกำเนิดมาจากที่อื่น
และรูปแบบที่ดัดแปลงมาเป็นของอเมริกันนี้เป็นรูปแบบที่รวบรวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละส่วนเข้ามาไว้ด้วยกันโดยมีเป้าประสงค์ของการเต้นรำที่ดีเฉกเช่นกับการเต้นอื่นๆ คือประการแรกการเต้นจะต้องเข้าจังหวะได้ดีกับดนตรีประการที่สองจะต้องมีจุดเด่นที่ทำให้การเต้นแทงโก้แตกต่างจากการเต้นรำประเภทอื่นประการที่สามคือจะต้องทำให้เพลิดเพลินและสนุกสนานกลุ่มวลีในดนตรีเป็นสิ่งที่สำคัญมากของดนตรีแทงโก้
ดนตรีแทงโก้โดยส่วนมากจะประกอบด้วยกลุ่มวลีประมาณ 16 ถึง 32 จังหวะดนตรีแทงโก้เปรียบเสมือนเรื่องราวที่จะประกอบไปด้วยกลุ่มข้อความ (กลุ่มวลีหลัก)และกลุ่มของประโยค (กลุ่มวลีรอง)และเครื่องหมายจุดที่ท้ายประโยคพื่อบอกตอนจบของแทงโก้ สำหรับการเต้นโชว์
นักเต้นแทงโก้จะต้องสร้างความสัมพันธ์ทีแน่นแฟ้นเชื่อมต่อกับตัวดนตรีการเต้นและผู้ชมผู้ชมจะสามารถเข้าถึงความงดงามนั้นได้ก็ต่อเมื่อนักเต้นหรือตัวผู้แสดงรู้สึกเข้าถึง และฉายภาพความสัมพันธ์นั้นออกมาให้ดังนั้นแทงโก้จึงเป็นการเต้นเพื่อความสนุกสนานของตนเอง – – และของผู้อื่น “แทงโก้เป็นการเต้นที่ง่ายที่สุดถ้าคุณเกิดเต้นพลาดและเริ่มสับสน คุณก็แค่แทงโก้ต่อไป” (อาล ปาชิโนจากภาพยนตร์เรื่อง “The scent of woman”)ภาพยนตร์ที่สะท้อนและพาดพิงถึงการเต้นแทงโก้ เช่น “The scent of woman” “Evita”โดยมาดอนน่า และ “True lies” โดยอาร์โนลด์ ชวาร์ชาเนกเกอร์